Menu Close

ยันให้เวลาสหกรณ์ปรับตัว 10 ปี เสริมความเข้มแข็ง

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงร่างกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.สหกรณ์ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2562 ที่กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขให้สหกรณ์ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบสหกรณ์และรักษาประโยชน์สูงสุดของสมาชิกโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และหลักการสหกรณ์ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย

แต่ขณะนี้ผู้บริหารสหกรณ์ มีความกังวลใจในร่างกฎกระทรวง 5 ฉบับ โดยประเด็นที่มีข้อกังวล คือ การกำหนดงวดชำระหนี้ของสมาชิก รายได้คงเหลือหลังจากหักหนี้ของสมาชิก ซึ่งขอชี้แจงว่า สคก.เปิดรับฟังความเห็นทั้งจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและจากสหกรณ์ นักวิชาการอิสระ โดยภาคราชการต้องคำนึงถึงเป้าหมายสำคัญคือ กำกับดูแลระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งทางการเงิน และเกิดประโยชน์ที่แท้จริงกับสมาชิก จึงอาจทำให้มีข้อกำหนดในบางเรื่อง ไม่สอดรับกับข้อเสนอของภาคสหกรณ์

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย.63 มีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 563 แห่ง สหกรณ์ออมทรัพย์ 1,318 แห่ง รวมทั้งสิ้น 1,881 แห่ง พบว่าการกำหนดงวดชำระหนี้เงินกู้สามัญ ที่กำหนดให้สมาชิกชำระเสร็จภายใน 150 เดือนตามร่างกฎกระทรวงนั้น มีสหกรณ์ 72.35% ที่อยู่ในเกณฑ์ และในจำนวนนี้ มีถึง 58.64% ให้ไม่เกิน 120 เดือน สำหรับสหกรณ์ที่กำหนดงวดเกินกว่า 150 เดือน ถึงมากกว่า 240 เดือน มี 27.65% กลุ่มนี้ต้องปรับตัว กรมจึงได้กำหนดไว้ชัดเจนในบทเฉพาะกาลให้เวลาสหกรณ์กลุ่มนี้ ปรับตัวตามเกณฑ์ภายใน 10 ปี

สำหรับข้อกังวลกรณีกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งการจัดหาแหล่งเงินทุน การให้เงินกู้หรือการให้สินเชื่อแก่สมาชิก เป็นต้นนั้น การกำหนดเช่นนี้ เพื่อไม่ให้สมาชิกมีภาระหนี้สินมากจนเกินไปและมีคุณภาพชีวิตที่ดี “แนวทางในการกำหนดกฎกระทรวงเป็นไปตามมติ ครม. และเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายแล้ว โดยคำนึงถึงการให้โอกาสสหกรณ์ปรับตัวในช่วงการเปลี่ยนผ่าน แต่หากใกล้ครบระยะเวลาปรับตัวแล้ว สหกรณ์ยังเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ อาจทบทวนข้อกำหนดต่างๆอีกครั้ง”.